Friday, May 17, 2013

ย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว

อยากเรียนดนตรี แต่โรงเรียนส่วนใหญ่สอนให้แต่เด็กๆ

อยากเรียนต่ออะไรที่มันเป็นวิทยาศาสตร์ แต่ไม่มีวุฒิ จะย้อนเวลากลับไปแก้ไข ก็ต้องย้อนไกลมาก 

ความฝันความหวังหลายอย่างถูกตัดตอนตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งเราไม่มีความพร้อมและไม่รู้จักทางเลือกมากพอ

อย่างไรก็ตาม เราชอบวัยเด็กของเรามากๆ และเชื่อมั่นว่ามันรากฐานแข็งแรงพอที่จะเลือกทำอะไรต่อไปได้สบายๆ

Sunday, April 07, 2013

เอา #%^* ไปซ่อม

ช่วงนี้ #%^* มันเจ๊งๆ เลยเอาไปให้ช่างดู ช่างบอกว่าอาจเพราะใช้งานผิดวิธี เขาจะเช็คให้แต่ต้องทิ้งไว้ ดูอาการ 2-3 วัน

ช่วงที่ #%^* กำลังซ่อม เขาให้ยืมเวอร์ชั่นทดลองใช้มาก่อน ฟังก์ชั่นและหน้าตาคล้ายๆ กับ #%^* แต่ไม่ท็อปฟอร์มเท่า

ก็พอใช้งานได้ แบบค่อยเป็นค่อยไป หวังว่า #%^* จะซ่อมได้นะ

Saturday, April 06, 2013

กลับมาที่เดิม

หลังจากระหกระเหเร่ร่อนมาเกือบสองปี
วันนี้ได้กลับมานอนห้องนอนตัวเองแล้ว
บ่ายนี้ นอนอ่างอาบน้ำ สบายใจ

Tuesday, April 02, 2013

หาย

จู่ๆ เพื่อนคนนึงก็หายไป
เขาหายไปจากเฟซบุ๊ค
ค้นชื่อในทวิตเตอร์ก็ไม่อยู่แล้ว
ความคิดแวบแรกในหัวคือเป็นห่วงและกังวลว่าเขาเป็นอะไรไปหรือเปล่านะ ถึงได้หายไปแบบนี้

หายไปแบบนี้คงไม่ใช่เพราะเกิดอุบัติเหตุหรือล้มหายตายจากแน่ๆ เพราะหากเป็นเหตุทางกาย ตัวตนในโลกออนไลน์ย่อมยังอยู่ ซึ่งหากไม่ใช่อาการทางกาย การหายไป ก็น่าจะเป็นเหตุทางใจ ที่ทำให้ปิดตัวเองหายไป

หรือไม่ ก็แค่ไม่อยากอยู่ร่วมโลกเสมือนกับเราเท่านั้น.. เพียงแค่เรา

คนที่เคยใช้เฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ แล้วจู่ๆ ก็หายไปนี่
มันเหมือนเขาตัดสินใจเดินหายไปจากชีวิตเราเลย

พอไม่เจอในโลกออนไลน์แล้ว
ระยะห่างมันก็เหมือนไม่มีที่สิ้นสุด

Saturday, March 30, 2013

กลับมาแล้ว ไม่เหมือนเดิม

กลับมาแล้ว
คิดไม่ออกว่าปกติเวลานี้ทำอะไร และพรุ่งนี้ต้องทำอะไร
หากไม่นับงาน ปกติใช้สมาธิไปกับสิ่งใด

ก็ดีเหมือนกัน งั้นจะลองสร้างชีวิตใหม่ดู
เผื่อจะมีโลกคู่ขนานกับเขาบ้าง


ปล. การเดินทางครั้งนี้ อ่านหนังสือจบไปหนึ่งเล่ม เขียน proposal เสร็จหนึ่งชิ้น ปั่นพรีเซนต์ได้หนึ่งอัน ก็ถือว่าไม่เลวนะ


Thursday, March 21, 2013

สิ่งที่เพิ่งเรียนรู้วันนี้

คนรัสเซีย มีวัฒนธรรมปรบมือเมื่อกัปตันพาเครื่องร่อนลงจอดด้วย เดินทางจากกรุงเทพฯ มามอสโกว ด้วยสายการบิน Aeroflot คนรัสเซียเต็มเครื่องเ]ย ตบมือกันเกรียว

แต่ช่วงต่อเครื่องจากมอสโกวไปเบอร์ลิน คนรัสเซียไม่เยอะ ตอนเครื่องแตะพื้น มีคนตบมือเพียงเปาะแปะเท่านั้น เลยคิดว่า นี่คงจะเป็นวัฒนธรรมของคนรัสเซียละมัง เที่ยวนี้จึงไม่มีเสียงปรบมือ

สนามบินรัสเซียมีหลายเทอร์มินอล แต่ละอันไกลกัน ต้องเผื่อเวลาเดิน 15-20 นาที เราไปเปลี่ยนเครื่องที่นั่น ซึ่งลุ้นมากว่า จะไปขึ้นเครื่องเที่ยวหลัง (มอสโกว-เบอร์ลิน) ไม่ทัน เพราะเครื่องเที่ยวก่อนหน้าดีเลย์นิดหน่อย และเรามีเวลาเปลี่ยนเครื่องแค่ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น คิวตรวจกระเป๋า+พาสปอร์ตก็ย๊าวยาว วันนี้จึงถึงกับต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปขึ้นอีกลำ แต่ก็เหลือเวลาอีก 5-10 นาทีให้ไปอึได้ ดีใจที่ได้อึในหลายๆ ที่ที่ผ่านไป

อากาศที่มอสโกว -5 องศา เมื่อมาถึงเบอร์ลิน แอร์ประกาศว่าอากาศติดลบเหมือนกัน มองไปนอกหน้าต่างเครื่องบินพบว่า หิมะตกปรอยๆ เราไม่เคยสัมผัสหิมะมาก่อนในชีวิตวันนี้จึงเป็นประสบการณ์ครั้งแรก และแทบช็อคเพราะขณะลงเครื่องบิน เขาไม่ให้เดินเข้างวงช้าง แต่เดินลงพื้น โอเพ่นแอร์ แล้วเดินเข้าอาคารเองเลย ข้าพเจ้าไม่ทันได้เตรียมหมวก และรองเท้าก็ยังเป็นแบบลำลอง เดินฝ่าหิมะอย่างง่วงๆ หิวๆ งงๆ

ประสบการณ์ครั้งแรกกับหิมะก็เป็นแบบนี้ เบอร์ลินนะเบอร์ลิน จำไว้

Thursday, January 31, 2013

ชีวิตกลับตาลปัตร

เพื่อไม่ให้แม่ยุ่งเกินไปและเพื่อประหยัด ตอนเด็กเราจึงถูกส่งเข้าเรียนป.หนึ่งเล็กตั้งแต่สี่ขวบครึ่ง เมื่อเทียบกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน เรามักอายุน้อยที่สุดในห้อง เรียนเร็วกว่าคนอื่น 1-2 ปี

ตอนเข้ามหาลัย ช่องว่างของอายุยิ่งถ่างออก เพราะดันสอบเทียบ เรียกได้ว่าใช้ชีวิตวัยรุ่นแบบอายุน้อยกว่าเพื่ิิอน 2-3 ปีเชียว

สำหรับวัยรุ่นหัวเลี้ยวหัวต่อ การที่อ่อนวัยกว่าใครเขา มีผลต่อการเรียนรู้ในชีวิตมากทีเดียว เช่น คนอื่นเขาร่างกายเปลี่ยนแปลง ตัวสูงปรู๊ดปร๊าด มีประจำเดือนกันหมดแล้ว เรายังนมแบนๆ งงๆ กับโลกอยู่

การอ่อนต่อโลก ทำให้เรามองโลกในฐานะนักสังเกตการณ์มาตั้งแต่เด็ก โตก็ไม่ทันเขา คิดก็ไม่ทันเขา

ได้เป็นฝ่ายเฝ้ามองโลกก็สนุกดี พอทำงานปีแรกๆ ยิ่งหนักหนาใหญ่ เพราะงานแรกที่ทำมีแต่เพื่อนร่วมงานที่อายุมากกว่ามากๆ เต็มไปด้วยช่องว่างระหว่างวัยให้ถม แต่ในมุมส่วนตัวก็รู้สึกชีวิตสบายดี เพราะทำตัวเป็นฟองน้ำ คอยดูดซับประสบการณ์ของผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

ในฐานะผู้น้อยที่คอยวิ่งตามผู้ใหญ่กว่ามาตลอด อีกมุมก็รู้สึกว่า โลกต้องวิ่งตามเราที่เข้าคอร์สเร่งรัดมาตลอดชีวิตเช่นกัน

แต่ไม่ทันไร มาวันนี้ เราก็ทำงานต่อเนื่องนับจากเรียนจบ รวมเวลาตอนนี้ก็เข้าปีที่สิบแล้ว

และเมื่อไรก็ไม่รู้ ที่โลกมันกลับตาลปัตร จู่ๆ เราก็ผันชีวิตมาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อายุมากกว่าใครๆ รอบๆ ตัว ต้องรับผิดชอบกับคนอื่นอย่างจริงจัง ทำตัวดีดี และคอยคิดถึงคนอื่นให้มากขึ้น

จะวางบทเป็นนักสังเกตการณ์เหมือนเดิมไม่ได้แล้ว

มันไม่ง่ายเลยอะ ไม่พร้อมได้มั้ย